ผู้เลี้ยงปลาวอน”หยุดแชร์”ปลาทับทิมคลุกฟอร์มาลิน ไม่ใช่เรื่องจริง

ผู้เลี้ยงปลาวอน"หยุดแชร์"ปลาทับทิมคลุกฟอร์มาลิน ไม่ใช่เรื่องจริง

 

red-tilapia2

ผู้เลี้ยงปลาทับทิมวอน”หยุดแชร์”ข่าวปลาทับทิมแช่ฟอร์มาลิน ชี้ไม่เป็นความจริง ยืนยันการเลี้ยงต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของกรมประมง ขณะที่นักวิิทย์ชื่อดังชี้ เป็นภาพการฉีดวัคซีนให้ปลาขนาดเล็กก่อนนำไปเลี้ยงต่อให่้ได้ขนาด ด้านซีพีเอฟแจง เกษตรกรไม่มีความจำเป็นต้องเอาปลาไปคลุกฟอร์มาลินก่อนส่งตลาด และไม่มีใครทำกันแน่นอน 

ในยุคโลกไร้พรมแดนในด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะผ่านสื่ออนไลน์บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีข่าวลือ ข่าวลวงเยอะหมือนกัน ฉะนั้นการอ่านผ่านสื่อออนไลน์ต้อองรอบครอบครับ อย่างช่วงที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวว่า ปลาทับทิมที่เกษตรกรเลี้ยงนั้น มีการใช้สารฟอร์มาลิน เพื่อให้ปลาสดก่อนส่งขายในท้องตลาด  สร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรอย่างไม่เป็นธรรม

 

ล่าสุด สมาน  พิชิตชัยบัญชา นายกสมาคมผู้เลี่้ยงปลาไทย ต้องออกมายืนยันว่า ข้อมูลที่มีการส่งต่อกันทางโซเชี่ยลว่ามีการนำปลาทับทิมที่เกษตรกรเลี้ยงมาคลุกเคล้าฟอร์มาลินก่อนส่งตลาด เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียให้ดูสดเสมอ และอยู่ได้นานๆนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องจริงได้  ที่สำคัญจะส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อภาพลักษณ์ปลาทับทิม และต่อผู้บริโภค

 

ที่สำคัญคือ กระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมที่ทำดีทั่วประเทศ จึงขอวอนให้ชาวเน็ตหยุดส่งต่อข้อมูลดังกล่าว  เพราะการเลี้ยงปลานั้นต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ดีของกรมประมง หรือแกป(Gap) ที่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้

ด้าน ดร.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง  ยืนยันว่า การใช้สารเคมีบางชนิด เช่นฟอร์มาลิน สามารถทำได้ เพราะการเลี้ยงสัตว์น้ำทุกชนิดในบ่อดิน อ่างซีเมนต์ หรือกระชังในแม่น้ำ มีโอกาสเกิดเห็บระฆัง ปลิงใส นักวิชาการประมงจะแนะนำให้เกษตรกรแช่ปลาในสารเคมีบางชนิด เช่น ฟอร์มาลิน ซึ่งเป็นสารที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เป็นอันตรายต่อปลาหรือตกค้างในตัวปลา

ทั้งนี้ฟอร์มาลินไม่ใช่สารต้องห้าม แต่เป็นสารที่มีประโยชน์ในการรักษาโรคผิวหนังของสัตว์น้ำ ช่วยกำจัดเชื้อ หรือปรสิตของปลา ด้วยความเข้มข้นต่ำมากเพียง 100 PPM หรือ 100 ในล้านส่วน  หรือเท่ากับ ฟอร์มาลิน 100 ซีซีต่อน้ำ 1 ตัน ก็เพียงพอในการรักษาอาการแล้ว และฟอร์มาลินเป็นสารที่ระเหยง่ายมาก  จะสลายไปในระยะเวลาสั้นๆไม่ตกค้างในตัวปลา ไม่ต้องกังวล ฉะนั้นไม่มีความจำเป็นที่เกษตรกรจะฉีด หรือ คลุกเคล้าฟอร์มาลินก่อนขาย

ขณะที่นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านพัฒนาธุรกิจสัตว์น้ำ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ยืนยันว่า การเลี้ยงปลานั้นหากไม่ป่วยก็จะไม่มีการใช้ยาหรือสารใดๆแก่ปลา แต่หากจำเป็นจะรักษาแผลที่ผิวหนังของปลาด้วยการแช่ในฟอร์มาลินซึ่งสมารถทำได้ในสัดส่วนที่กำหนด เพื่อกำจัดเชื้อปรสิตภายนอก

แต่การคลุกเคล้าเชื้อฟอร์มาลินกับตัวปลาก่อนส่งตลาดเพื่อฆ่าแบคทีเรียให้ดูสดเสมอ และอยู่ได้นานๆ ตามที่ถูกกล่าวอ้างนั้น ไม่มีใครทำกันเพราะจะทำให้เนื้อเยื่ออวัยวัถูกทำลาย โปรตีนจะเปลี่ยนสภาพเนื้อปลาจะมีลักษณะแข็งไม่สด ไม่น่ารับประทัน

ด้านรศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายถึงภาพที่อ้างว่าเป็นการฉีดฟอร์มาลินให้ปลาว่า ไม่เป็นความจริง ภาพดังกล่าวเป็นเพียงการฉีดวัคซีนให้ปลาขนาดเล็กราว 30 – 50 – 100 กรัม เพื่อสร้างภูมิต้านทาน โรค ก่อนที่เกษตรกรจะนำไปเลี้ยงต่อให้ได้ขนาดที่ตลาดต้องการต่อไป

 

ขอบคุณ ข้อมูลจาก คอลัมน์”รู้มาเล่าไป” โดย ดลมนัส กาเจ นสพ.คมชัดลึก 7ก.ย.59

 

Comments

comments